เอกสารเรียนต่อจีน ฉบับครบถ้วน: แปล รับรอง ไม่ยุ่งยาก กับ NYC Translation

3–4 minutes
NYC Translation Service: บริการแปล รับรองเอกสาร (สถานทูต, กงสุล, Notary Public) สำหรับเรียนต่อจีน พร้อมเบอร์โทร, Line, เว็บไซต์

การไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดโลกทัศน์, เรียนรู้วัฒนธรรม, และพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม, ขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียนต่อในประเทศจีนอาจสร้างความสับสนและยุ่งยากให้กับนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมาก เนื่องจากมีเอกสารหลายประเภทที่ต้องเตรียม, ทั้งเอกสารต้นฉบับภาษาไทย, เอกสารแปลภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ, และเอกสารที่ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น สถานทูต, กงสุล, หรือ Notary Public

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในประเทศจีนในปี 2024 โดยจะรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องใช้, ขั้นตอนการแปลและรับรองเอกสาร, รวมถึงข้อแนะนำในการเลือกใช้บริการแปลและรับรองเอกสารที่มีคุณภาพ เพื่อให้การเตรียมเอกสารของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผนสมัครเรียนในระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท, ปริญญาเอก, หรือหลักสูตรระยะสั้น, บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนการเตรียมเอกสารได้อย่างชัดเจน และมั่นใจได้ว่าเอกสารของคุณถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมสำหรับการยื่นสมัครเรียนต่อในประเทศจีน

NYC Translation Service เข้าใจถึงความสำคัญของเอกสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือสำหรับการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ เราพร้อมให้บริการแปลและรับรองเอกสารทุกประเภท ทุกภาษา ด้วยทีมงานนักแปลผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการรับรองเอกสารกับหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเอกสารของคุณจะได้รับการแปลและรับรองอย่างถูกต้องตามระเบียบของสถานทูตจีนและมหาวิทยาลัยในประเทศจีน

ระบบการศึกษาในจีนแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คล้ายกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วยระดับอนุปริญญา (Diploma) ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) ปริญญาโท (Master’s Degree) และปริญญาเอก (Ph.D.) นอกจากนี้ยังมีสถาบันภาษาหรือศูนย์อบรมเฉพาะทางที่เปิดสอนสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนภาษาจีนหรือวิชาสาขาเฉพาะทาง เช่น การแพทย์แผนจีน ธุรกิจระหว่างประเทศ วิศวกรรม และอื่น ๆ โดยเงื่อนไขการรับสมัครมักแตกต่างกันไปตามประเภทของหลักสูตรและนโยบายของสถาบัน

  • มหาวิทยาลัยรัฐบาล (Public Universities)
  • มหาวิทยาลัยเอกชน (Private Universities)
  • สถาบันเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา (Vocational Colleges)
  • สถาบันภาษา (Language Institutes)

เกณฑ์การรับสมัครเบื้องต้นจะแตกต่างกันไปตามสถาบัน แต่อาจประกอบด้วย:

  1. คุณสมบัติทางการศึกษา เช่น วุฒิการศึกษาล่าสุด (มัธยมปลายสำหรับปริญญาตรี ปริญญาตรีสำหรับโท และปริญญาโทสำหรับเอก)
  2. ผลการเรียน (Transcript) ที่แปลเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ
  3. เอกสารรับรองการสำเร็จการศึกษา (Certificate of Graduation)
  4. คะแนนทดสอบภาษา (HSK/TOEFL/IELTS) ตามที่สถาบันกำหนด
  5. จดหมายแนะนำตัวหรือ Statement of Purpose (SOP)
  6. จดหมายรับรอง (Recommendation Letter) จากอาจารย์หรือผู้บังคับบัญชา
  7. แผนการวิจัยหรือโครงร่างงานวิจัย (สำหรับหลักสูตรปริญญาโท/เอก)

การเรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้แต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้สมัครสามารถวางแผนการเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน บางมหาวิทยาลัยอาจมีระบบลงทะเบียนออนไลน์ ที่ต้องอัปโหลดไฟล์ PDF ของเอกสารที่แปลและรับรองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลอย่าง NYC Translation Service จะช่วยให้ผู้อ่านมั่นใจได้ว่าเอกสารจะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันจีนอย่างง่ายดาย

แม้ว่ามหาวิทยาลัยและหลักสูตรต่าง ๆ ในจีนจะมีข้อกำหนดเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว รายการเอกสารพื้นฐานที่ใช้ในการสมัครเรียนต่อที่ประเทศจีนจะมีความคล้ายคลึงกัน ดังนี้

  1. พาสปอร์ต (Passport)
    • ต้องมีอายุคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบัน)
    • สำหรับผู้ที่ต้องอยู่ยาวหลายปี ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้าพาสปอร์ตไม่ใกล้หมดอายุ
  2. ใบสมัครของสถาบัน (Application Form)
    • ส่วนใหญ่ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือระบบออนไลน์
    • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่ง
  3. ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)
    • ฉบับภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ พร้อมรับรองความถูกต้อง
    • มักต้องใช้ฉบับที่มีการประทับตราอย่างเป็นทางการจากสถาบันการศึกษาเดิม
  4. หนังสือรับรองวุฒิการศึกษา (Certificate of Graduation)
    • แปลเป็นภาษาที่สถาบันกำหนด (จีนหรืออังกฤษ)
    • ผ่านการรับรอง Notary Public หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. ผลสอบวัดระดับภาษา (HSK/TOEFL/IELTS)
    • หากหลักสูตรสอนเป็นภาษาจีน จะต้องมีผล HSK ตามระดับที่กำหนด
    • หากหลักสูตรสอนเป็นภาษาอังกฤษ อาจขอผล TOEFL หรือ IELTS แทน
  6. จดหมายรับรอง (Recommendation Letter)
    • จากอาจารย์หรือผู้บังคับบัญชาที่สามารถยืนยันความสามารถของผู้สมัคร
    • ต้องได้รับการแปลและรับรองความถูกต้อง (ถ้าเอกสารต้นฉบับไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือจีน)
  7. Statement of Purpose (SOP)
    • เรียบเรียงเหตุผลที่ต้องการเรียนสาขานั้น ๆ ในจีน และแผนการเรียนในอนาคต
    • หากต้องการยื่นทุนการศึกษา มักต้องเขียนอย่างมีรายละเอียดและแสดงถึงแผนการวิจัยหรือความมุ่งมั่นของผู้สมัคร
  8. ใบรับรองสุขภาพ (Physical Examination Record)
    • หลายมหาวิทยาลัยต้องการให้ผู้สมัครแนบใบรับรองแพทย์ที่ผ่านการตรวจร่างกายครบถ้วน
    • ควรตรวจสอบว่าต้องแปลเป็นภาษาจีนหรือไม่ และต้องประทับตราหรือรับรองจากสถานพยาบาลหรือไม่
  9. สำเนาบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน (ในบางกรณี)
    • ใช้ประกอบการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม อาจต้องแปลและรับรองความถูกต้อง
  10. หลักฐานทางการเงิน
  • เช่น Bank Statement เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครมีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ
  • ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือจีน พร้อมรับรอง

เอกสารดังกล่าวข้างต้นจำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขการแปลและการรับรองอย่างเคร่งครัด หลายมหาวิทยาลัยกำหนดให้เอกสารสำคัญทั้งหมดผ่านการรับรองจาก Notary Public หรือการรับรองเอกสารจากกงสุลไทย/จีนก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ถูกต้อง เมื่อทราบรายการเอกสารพื้นฐานเหล่านี้ ผู้สมัครจะสามารถวางแผนล่วงหน้าและเริ่มดำเนินการทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการแปลและการรับรองเอกสาร ที่อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนขึ้นอยู่กับปริมาณงานและช่วงเวลาที่ยื่น

การแปลเอกสารอย่างถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของการสมัครเรียนต่อจีน เพราะมหาวิทยาลัยและหน่วยงานทางการส่วนใหญ่กำหนดให้เอกสารราชการหรือเอกสารส่วนบุคคล แปลเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ (ขึ้นอยู่กับประเภทของหลักสูตร) และ ต้องเป็นคำแปลที่มีการรับรอง เพื่อยืนยันความถูกต้องอย่างเป็นทางการ

  1. เหตุใดการแปลเอกสารจึงสำคัญนัก?
    • เอกสารต่างชาติ (เช่น ภาษาไทย) ไม่สามารถใช้ได้โดยตรงในจีน เนื่องจากเจ้าหน้าที่และระบบจัดเก็บข้อมูลใช้ภาษาจีนหรืออังกฤษเป็นหลัก
    • หากมีคำแปลผิดพลาดหรือขาดข้อมูลสำคัญ อาจทำให้ถูกปฏิเสธการสมัครหรือเกิดความล่าช้าในกระบวนการพิจารณา
  2. เอกสารที่ต้องแปลบ่อยที่สุด
    • Transcript, Certificate of Graduation, Recommendation Letters, Statement of Purpose
    • Police Clearance Certificate, เอกสารทางการเงิน, สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารระบุตัวตนอื่น ๆ (หากถูกกำหนด)
    • หนังสือรับรองสุขภาพ (Physical Examination Record) ในบางกรณี
  3. เลือกผู้แปลอย่างไรให้มั่นใจในคุณภาพ?
    • ควรเป็นผู้แปลมืออาชีพ หรือหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการแปล เช่น NYC Translation Service ซึ่งมีนักแปลเจ้าของภาษามากกว่า 196 ภาษา
    • มีประสบการณ์ในการแปลเอกสารราชการหรือเอกสารด้านการศึกษา เพื่อให้คำศัพท์ วิชาการ และรูปแบบเอกสารถูกต้องตามหลักสากล
    • สามารถออกเอกสารรับรองคำแปล (Certificate of Translation) หรือประทับตรารับรองเพื่อใช้ในกระบวนการ Notary Public หรือกงสุล
  4. กระบวนการรับรองคำแปล (Certified Translation)
    • ผู้แปลที่ได้รับอนุญาตจะลงนามและประทับตรารับรองว่าเนื้อหาการแปลตรงกับต้นฉบับ 100%
    • เป็นขั้นตอนที่ยืนยันความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของคำแปลในระดับทางกฎหมาย
  5. ข้อควรคำนึง
    • ตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานจีนต้องการเอกสารที่แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือจีน หากไม่แน่ใจให้สอบถามโดยตรงหรือดูจากเว็บไซต์
    • เอกสารบางชนิดอาจต้องใช้เจ้าของภาษาเฉพาะทาง เช่น เอกสารการแพทย์ จำเป็นต้องใช้ผู้แปลที่เข้าใจคำศัพท์แพทย์เพื่อลดความคลาดเคลื่อน

การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญในการแปลเอกสารเป็นวิธีที่ประหยัดเวลาและป้องกันความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง จะเสียทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและอาจพลาดกำหนดการสำคัญในการยื่นสมัครเรียน ด้วยเหตุนี้ NYC Translation Service จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในด้านคุณภาพและความรวดเร็ว นำไปสู่โอกาสในการเรียนต่อในจีนได้อย่างราบรื่นและแน่นอน

การสมัครเรียนต่อจีนต้องใช้เอกสารหลากหลายประเภท ที่มีกระบวนการแปลและการรับรองซับซ้อนพอสมควร การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณ ประหยัดเวลา ลดความกดดัน และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด ที่อาจทำให้พลาดโอกาสทางการศึกษา

  1. เริ่มต้นด้วยการเช็ครายการเอกสาร
    • ศึกษาคู่มือการสมัครของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานทุนให้ละเอียด จดรายการเอกสารที่จำเป็น พร้อมเงื่อนไขการแปลหรือการรับรอง
    • หากมีข้อสงสัย ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ International Student Office ของมหาวิทยาลัย ปรึกษากับทีมงานแปลมืออาชีพ หรือสอบถามเพื่อนที่มีประสบการณ์
  2. กำหนดไทม์ไลน์ (Timeline)
    • จัดลำดับความสำคัญของเอกสาร เช่น เอกสารใดใช้เวลานาน (Police Clearance, Transcript) ควรทำก่อน
    • กำหนดวันสุดท้ายที่ต้องส่งใบสมัคร (Deadline) และทำแผนถอยหลังว่าแต่ละขั้นตอนต้องเสร็จเมื่อไร เพื่อเหลือเวลาสำหรับแก้ไขข้อผิดพลาด
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของต้นฉบับ
    • ตรวจชื่อ-นามสกุล วันเกิด ตัวเลข หรือข้อมูลสำคัญว่าตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่
    • หากพบว่ามีการสะกดผิดหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ควรดำเนินการแก้ไขก่อนส่งต่อให้แปล
  4. เลือกใช้บริการแปลที่มีคุณภาพ
    • ผู้แปลมืออาชีพจะช่วยให้ได้งานแปลที่ถูกต้องตามหลักภาษาและรูปแบบเอกสารราชการ
    • หากต้องทำ Notary Public และ Legalization ควรประสานให้เป็นขั้นตอนต่อเนื่องในที่เดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อน
  5. เก็บสำเนาและไฟล์ดิจิทัล
    • สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารทุกฉบับเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัล ในกรณีที่เอกสารสูญหายหรือชำรุด
    • เก็บโฟลเดอร์เอกสารอย่างเป็นระเบียบ แยกตามประเภท เช่น เอกสารส่วนตัว เอกสารทางการเงิน เอกสารด้านการศึกษา
  6. ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
    • หลังจากส่งใบสมัครหรือเอกสารแล้ว ควรตรวจสอบสถานะเป็นระยะ หากมีการร้องขอเอกสารเพิ่มเติม จะได้ดำเนินการทันที
    • สื่อสารกับเจ้าหน้าที่หรืออาจารย์ที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัยจีน เพื่อให้ทราบถึงความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

การวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียดและเป็นระบบเช่นนี้ จะช่วยให้คุณไม่ต้องเร่งรีบหรือเกิดความเครียดในช่วงใกล้ Deadline มากนัก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจส่งผลใหญ่หลวงต่อโอกาสได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในจีน ด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลา การจัดระบบเอกสารตั้งแต่ต้นจึงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการสมัครเรียนต่อที่จีน

เมื่อได้รับ Offer Letter หรือ Admission Notice จากมหาวิทยาลัยในจีนแล้ว นั่นเป็นสัญญาณว่าเส้นทางการเรียนต่อกำลังเริ่มต้นอย่างจริงจัง แต่ยังมีอีกหลายกระบวนการที่ต้องดำเนินการก่อนจะสามารถก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาต่างแดน

  1. ยืนยันการตอบรับ (Acceptance Confirmation)
    • มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้ผู้ได้รับการตอบรับยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์หรืออีเมล ภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • อาจต้องชำระเงินมัดจำค่าเรียนหรือค่าหอพักเพื่อรักษาสิทธิ์
  2. สมัครวีซ่านักเรียน (X Visa)
    • ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบตอบรับ JW201/JW202 พาสปอร์ต ใบตรวจสุขภาพ และ Bank Statement
    • ดำเนินการยื่นขอวีซ่า ณ สถานทูตจีนหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า หากผ่านแล้วจะได้สติกเกอร์วีซ่าติดในพาสปอร์ต
  3. จองตั๋วเครื่องบินและเตรียมการเดินทาง
    • หากบินตรงเข้าสู่เมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ ให้เผื่อเวลาเดินทางต่อไปยังเมืองปลายทาง
    • ตรวจสอบข้อจำกัดการนำของใช้ส่วนตัวหรือยาเข้าประเทศจีนเพื่อไม่ให้ติดปัญหาศุลกากร
  4. เตรียมเอกสารติดตัว
    • พกสำเนาเอกสารสำคัญทั้งหมด ทั้งรูปแบบกระดาษและไฟล์ดิจิทัล เช่น Offer Letter, Passport, วีซ่า, เอกสารรับรองการแปล, ตรวจสุขภาพ, Police Clearance
    • ชื่อที่พักหรือหอพัก และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของมหาวิทยาลัยหรือเพื่อนร่วมชาติ
  5. การปรับตัวและสิ่งที่ควรนำติดตัว
    • เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นฐานของจีน คำทักทาย มารยาท และกฎหมายท้องถิ่น
    • หากมีข้อจำกัดทางสุขภาพ ให้พกยาที่ใช้ประจำพร้อมใบสั่งยาจากแพทย์ (แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือจีน)
    • พกเงินหยวนติดตัวในจำนวนหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางและในช่วงแรก
  6. การรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยและสถานีตำรวจ
    • หลังเดินทางถึง ควรรีบติดต่อ International Student Office เพื่อเช็คอิน รับข้อมูลนักศึกษา และเอกสารต่าง ๆ
    • หากพักนอกมหาวิทยาลัย อย่าลืมลงทะเบียนที่พักกับสถานีตำรวจในพื้นที่ตามกำหนด

ด้วยกระบวนการที่ยังคงเหลืออีกหลายขั้นตอนหลังได้รับ Offer การเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ จะทำให้การเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในจีนเป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ทั้งนี้ทุกเอกสารที่จำเป็นตั้งแต่การสมัครเรียนไปจนถึงการรายงานตัว ควรมีการแปลและรับรองอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะขั้นตอนหลังการได้รับ Offer Letter ที่ต้องใช้เอกสารประกอบต่าง ๆ จึงขอแนะนำให้เตรียมการอย่างเป็นระบบ หรือใช้บริการจากทีมงานมืออาชีพอย่าง NYC Translation Service เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามกำหนด โดยไม่พลาดรายละเอียดใด ๆ

การเรียนต่อที่ประเทศจีนในยุคปัจจุบัน เป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาการ ภาษา และการเปิดโลกทัศน์ทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จของการสมัครเรียนต่อจีน คือการเตรียมเอกสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ค่อนข้างซับซ้อน ตั้งแต่การแปลเอกสาร การรับรอง Notary Public ไปจนถึงการรับรองโดยกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานทูตจีน ซึ่งหากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ขั้นตอนการสมัครถูกเลื่อนหรือถูกปฏิเสธได้

NYC Translation Service คือผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลเอกสารและการรับรองที่พร้อมดูแลทุกขั้นตอนให้กับคุณในแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์การทำงานจริงและเครือข่ายนักแปลทั่วโลกกว่า 196 ภาษา จึงไม่ใช่เพียงแค่การแปลให้ “ผ่าน ๆ” แต่เป็นการแปลที่คำนึงถึงรูปแบบราชการ คำศัพท์ทางวิชาการ ความถูกต้องด้านไวยากรณ์ และมาตรฐานตามกฎหมายของทั้งไทยและจีน ที่สำคัญ บริษัทยังมีทีมงานที่เข้าใจถึงแนวปฏิบัติและกฎระเบียบเฉพาะในการศึกษาต่อจีน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอทุน CSC การสมัครวีซ่า X1 หรือ X2 หรือการขอ Resident Permit ภายหลัง

เมื่อเลือกใช้บริการ NYC Translation Service คุณจะได้รับข้อดีหลายประการ ได้แก่

  1. ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    • ทีมงานผ่านการรับรองและมีประสบการณ์ในการแปลเอกสารราชการ เอกสารทางการศึกษา และเอกสารเฉพาะทางอย่างผลตรวจสุขภาพหรือ Police Clearance Certificate จึงมั่นใจได้ว่างานแปลจะถูกต้อง ครอบคลุม และไม่มีประเด็นเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธจากหน่วยงานราชการในจีน
  2. บริการรับรองเอกสารแบบครบวงจร
    • NYC Translation Service นอกจากแปลเอกสารแล้ว ยังประสานงานกับ Notary Public และกงสุลหรือสถานทูตต่างประเทศ เพื่อให้เอกสารผ่านการรับรอง (Legalization / Authentication) ตามที่มหาวิทยาลัยหรือรัฐบาลจีนกำหนด ลดภาระในการวิ่งเต้นติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง
  3. รวดเร็วและประหยัดเวลา
    • การดำเนินการด้วยตนเองอาจใช้เวลานาน เพราะต้องศึกษาขั้นตอนหลายระดับ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของ NYC Translation Service ทุกขั้นตอนจะถูกเร่งรัดและดำเนินการให้เสร็จทันกำหนดการยื่นสมัครเรียนหรือขอวีซ่า
  4. รองรับภาษาจีนและภาษาอังกฤษทุกระดับ
    • ไม่ว่ามหาวิทยาลัยในจีนจะกำหนดให้แปลเอกสารเป็นภาษาจีนหรืออังกฤษ ทีมงานสามารถตอบสนองได้อย่างครอบคลุม พร้อมตรวจทานและแก้ไขจนกว่าจะได้ผลงานที่สมบูรณ์
  5. บริการออนไลน์ทั่วประเทศและทั่วโลก
    • NYC Translation Service มี 29 สาขาทั่วประเทศไทย และยังให้บริการออนไลน์ 100% ช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือแม้แต่นักเรียนไทยในต่างประเทศสามารถจัดส่งเอกสารผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
  6. ทีมบริการลูกค้าพร้อมให้คำปรึกษา
    • หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปเรียนต่อในจีน ไม่ว่าจะเป็นประเภทเอกสาร การขอทุน หรือการปรึกษาขั้นตอนหลังได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย ทีมงานก็ยินดีให้คำปรึกษาอย่างเป็นมิตรและตรงไปตรงมา

ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า NYC Translation Service ไม่ได้เป็นเพียง “บริษัทแปล” แต่เป็น “ผู้ช่วยมืออาชีพ” ที่พร้อมร่วมเดินทางไปกับคุณตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความฝันในการเรียนต่อจีน จนกระทั่งคุณได้รับอนุมัติจากมหาวิทยาลัยและสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแดนมังกรได้อย่างมั่นใจ ลดข้อกังวลและปัญหาหนักใจเกี่ยวกับเอกสารที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ให้คุณได้โฟกัสกับการเตรียมตัวด้านอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น การพัฒนาทักษะภาษา การจัดหาทุน และการเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมใหม่

สนใจใช้บริการหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ NYC Translation Service ได้ตามช่องทางต่อไปนี้

ที่อยู่ NYC Translation Service

  • สำนักงานใหญ่ โรงเรียนสอนภาษาเอ็นวายซี 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
  • สาขากรุงเทพ 61 ซอยลาดพร้าว95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
  • สาขาหนองคาย 161 หมู่ 1 ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000

พร้อมทั้งมีศูนย์บริการกว่า 29 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงบริการออนไลน์ที่ครอบคลุมทั่วไทยและทั่วโลก ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการแปลเอกสารที่มีมาตรฐานและความเชี่ยวชาญสูงได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม เพื่อให้การเรียนต่อของคุณในประเทศจีนเป็นไปด้วยความราบรื่น สะดวก และไร้ข้อกังวลในทุกขั้นตอน